รู้ไหมว่า SK เป็นผู้ผลิต Base Oil Group III และจัดจำหน่ายมากที่สุด ในบรรดา Base Oil Group III ทั่วโลก

รู้ไหมว่า SK เป็นผู้ผลิต Base Oil Group III และจัดจำหน่ายมากที่สุด ในบรรดา Base Oil Group III ทั่วโลก

รูป : Base Oil Group III

 

โดยกำลังการผลิต จะเป็นการบ่งบอกถึงปริมาณการกลั่นทั้งหมดในทุกผลิตภัณฑ์ แต่ในที่นี้ จะขอพูดถึงผลิตภัณฑ์ หรือตัวสินค้าที่เป็น น้ำมันหล่อลื่นพื้นฐาน กรุ๊ปที่ 3 หรือ (Base oil III) เท่านั้น โดยถ้าหากจะเปรียบเทียบ ปริมาณการผลิต น้ำมันหล่อลื่นพื้นฐาน กรุ๊ปที่ 3 หรือ (Base oil III) โดยบริษัท SK Energy ที่ประเทศเกาหลีใต้จะมีความสามารถในการผลิตน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐาน กรุ๊ปที่ 3  เฉลี่ยอยู่ที่ 43,500 บาร์เรล/วัน (หรือถ้าเทียบเป็นปริมาณลิตรจะเฉลี่ยอยู่ที่วันละ 6 ล้านลิตร/วัน) โดยข้อมูลอัตราการผลิต (Base oil III) นี้ เป็นข้อมูลอ้างอิงจากปี 2013 ซึ่งในปัจจุบัน อาจจะมีปริมาณการผลิตที่อาจจะมากกว่านี้

 

รูป : สัญลักษณ์ YUBASE

 

โดยชื่อของน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐาน กรุ๊ปที่ 3 หรือ (Base oil III) ยังมีชื่อเรียกเฉพะ ที่ถูกตั้งขึ้นเพื่อรองรับกับสินค้าเกรดคุณภาพประเภทนี้อีกชื่อ ในชื่อที่เรียกว่า YUBASE (ยูเบส) ซึ่งถ้าพูดถึงชื่อนี้ ในตลาดสารหล่อลื่นในสากลทั่วไป ก็จะมีการรู้จักถึงคุณสมบัติพิเศษของสินค้าประเภทนี้เป็นอย่างดี

 

Base Oil มีกี่แบบ คิดว่าแบบไหนดี

 

รูป : Specification Base Oil Group

 

น้ำมันหล่อลื่นพื้นฐานของSK หรือที่รู้จักกันในชื่อของ YUBASE (ยูเบส) จัดเป็นผลิตภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่นที่อยู่ในกลุ่มที่ 3 ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ ที่ถูกกำหนดมาตรฐานโดย API ที่มีคุณสมบัติเด่นทั้งในเรื่องของ ค่าดัชนีความหนืดของผลิตภัณฑ์ที่สูงกว่า 120, ปริมาณของกำมะถันในเนื้อน้ำมัน ที่มีน้อยกว่า 0.03% และปริมาณของสารค่าความอิ่มตัว ที่มีถึง 90% หรือสูงกว่า

 

รูป : ลักษณะ Base Oil Group I , II , III , IV , V

 

โดยที่ Base Oil Group ในปัจจุบันจะมีการแบ่งออกเป็น 5 Group ซึ่งในแต่ละ Group ก็จะมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน ทั้งในเรื่องของคุณสมบัติ และในเรื่องของลักษณะของน้ำมัน โดยที่

Base Oil GroupI จะเป็นน้ำมันเกรด น้ำมันแร่ ที่ผ่านกระบวนการกลั่นด้วย หอกลั่นบรรยากาศ โดยน้ำมันประเภทนี้ จะมีค่าความสะอาดในเนื้อน้ำมันที่สะอาดน้อยที่สุด โดยจะมีส่วนผสมของ สารจำพวก กำมะถัน แว็กซ์ และไข อยู่ในเนื้อของน้ำมันเป็นปริมาณมาก จึงทำให้น้ำมันมีลักษณะเป็นสีเหลือง ใส และนิยมที่จะถูกใช้เป็นวัตถุดิบหลัก ในการนำผลิตเป็นสารหล่อลื่นประเภท Single grade หรือ Multi grade  และยังถูกใช้ ในการนำมาผลิตเป็นน้ำมันเครื่องเกรดเดี่ยว หรือเกรดรวม ที่มีอายุการใช้งานได้น้อยกว่า 1 หมื่นกิโลเมตร

Base Oil Group II จะเป็นน้ำมันที่มีคุณภาพความสะอาดของเนื้อน้ำมันที่มากกว่า  Base Oil Group I โดยภายในเนื้อของน้ำมันจะมีการขัดแยกปริมาณของกำมะถันแว็กซ์ และไข ในเนื้อน้ำมันให้ลดน้อยลง ด้วยกระบวนการกลั่นที่ หอกลั่นสุญญากาศ ทำให้ลักษณะของเนื้อน้ำมันมีความใส สะอาดของเนื้อน้ำมันที่มากขึ้นกว่าเดิม และน้ำมันกรุ๊ปนี้ ยังมีคุณสมบัติของเนื้อน้ำมันที่ดีขึ้น มากกว่า Base Oil Group I ในเรื่องของ ปริมาณกำมะถันในเนื้อน้ำมันที่มีปริมาณที่ลดลง ค่าความอิ่มตัวของเนื้อน้ำมันที่มากขึ้นกว่าเดิม แต่ค่าดัชนีความหนืดของน้ำมันยังคงไม่เปลี่ยนแปลง ดังนั้นน้ำมันประเภทนี้จึงนิยม ที่จะถูกนำไปใช้เป็นวัตถุดิบหลัก ในการนำผลิตเป็นสารหล่อลื่นประเภท Semi Synthetic หรือถูกใช้ในการนำมาผลิตเป็นน้ำมันเครื่องเกรดกึ่งสังเคราะห์ที่มีอายุการใช้งานที่ 1 หมื่นกิโลเมตร

Base Oil Group III จะเป็นน้ำมันที่มีคุณภาพความสะอาดของเนื้อน้ำมันที่มากกว่า  Base Oil Group I และ Base Oil Group II โดยน้ำมันประเภทนี้จะเป็นน้ำมันที่ผ่านกระบวนการเติมสารไฮโดรเจนเข้าไปในเนื้อของน้ำมันเพื่อให้เกิดความอิ่มตัว และเมื่อน้ำมันเกิดการอิ่มตัวมาก จนเกิดการแตกตัว ในส่วนที่เป็น กำมะถัน แว็กซ์ และไข ก็จะถูกผลักออกจากเนื้อน้ำมัน และน้ำมันก็จะมีสังเคราะห์และรวมตัวกันขึ้นมาใหม่ ทำให้น้ำมันที่ผลิตมาจาก Base Oil Group III จึงเรียกได้ว่าเป็นวัตถุดิบหลักเกรดสังเคราะห์ นั่นเอง โดยปริมาณกำมะถันในเนื้อน้ำมันจะมีปริมาณลดลงมากกว่าBase Oil Group I และ Base Oil Group II ค่าความอิ่มตัวของเนื้อน้ำมันที่ดีขึ้นกว่าเดิมมากกว่า Base Oil Group I และ Base Oil Group II และค่าดัชนีความหนืดของน้ำมันที่มีมากกว่า 120  ดังนั้นน้ำมันประเภทนี้จึงนิยม ที่จะถูกนำไปใช้เป็นวัตถุดิบหลัก ในการนำผลิตเป็นสารหล่อลื่นประเภท Fully Synthetic หรือถูกนำไปใช้ ในการนำมาผลิตเป็นน้ำมันเครื่องเกรดสังเคราะห์ที่มีอายุการใช้งานที่มากกว่า 1 หมื่นกิโลเมตร นั่นเอง

Base Oil Group IV จะเป็นน้ำมันที่มีค่าความเป็นสังเคราะห์มากกว่า Base Oil Group I, II , III ซึ่งน้ำมันประเภทนี้ จะมีชื่อที่เรียกอีกอย่างว่า Poly Alpha Olefin หรือ (PAO) ที่เป็นน้ำมันที่มีคุณสมบัติในเรื่องของความเป็นสังเคราะห์ที่สูงมาก และมีความสามารถในการต้านทานอุณหภูมิ ได้ในหลากหลายของช่วงอุณหภูมิ ทั้งร้อนมาก หรือเย็นมาก และมีราคาจำหน่ายที่สูงกว่าน้ำมัน Base Oil ทั้ง 3 Group (ก่อนหน้า) และยังส่งผลต่ออายุการใช้งานที่อาจจะมีการแนะนำให้มีการใช้งานได้มากกว่า 12,000 กิโลเมตร

Base Oil Group Vคือน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐานทั้งหมด ที่ไม่ใช่ Base Oil Group I, II , III , IV มีค่าความเป็นสังเคราะห์ที่สูงมากเช่นกัน แต่ปัจจุบันยังไม่ค่อยได้รับความนิยมในตลาดสารหล่อลื่นมากนัก เพราะมีราคาจำหน่ายที่สูงกว่าน้ำมัน Base Oil ทั้ง 4 Group (ก่อนหน้า) และถ้าผู้ใช้งาน ต้องการน้ำมันหล่อลื่นที่มีคุณสมบัติความเป็นสังเคราะห์ Base Oil Group I, II , III , IV ก็ยังถือว่าสามารถตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มผู้ใช้งานได้อยู่

Technical Dept.

Comments are closed.
TECHNICAL TOOL SUPPORT