ข้อมูลแนะนำการใช้งานสินค้าสารหล่อลื่น และการดูแลรักษารถยนต์ สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้จาก www.isuzu.co.th

 

สรุป ข้อมูลจากการติดต่อศูนย์บริการ ISUZU

น้ำมันเกียร์ M/T : ใช้น้ำมันเครื่องเบอร์ 5w-30 สามารถเทียบได้กับสินค้า ZIC G-5 SAE 80W-90 API GL-5

น้ำมันเกียร์ A/T : ใช้น้ำมันเกียร์ มาตรฐาน ATF 3309, ATF WS สามารถเทียบได้กับสินค้า ZIC ATF 3, ZIC ATF DEXRON 6, ZIC ATF MULTI

น้ำมันเฟืองท้ายลูกหน้า : ใช้เบอร์  75w-90 GL-5

น้ำมันเฟืองท้ายลูกหลัง : ถ้าไม่ใช่ลิมิเต็ดสลิปใช้ 80w-90

น้ำมันเฟืองท้ายลูกหลัง : ถ้าเป็นลิมิเต็ดสลิปใช้ 80w-90 (เกรดลิมิเต็ดสลิป)

น้ำมันเฟืองท้ายลูกหลัง : ถ้าเป็นระบบ ESC ไม่มีลิมิเต็ดสลิปใช้ 75w-90 GL-5 (เกรดเฉพาะของ ISUZU)

หมายเหตุ :

* All data from the ISUZU Service Center website in Thailand.

** customer service recommended uses gear oil Limited slip grade.


 

Isuzu (Thailand)

 

ถ้าจะให้พูดถึงรถยนต์ที่เป็นยี่ห้อยอดนิยมตลอดกาล เกี่ยวกับการใช้งานในเชิงพาณิชย์ หรือเป็นรถยนต์ที่เน้นใช้งานในการบรรทุกเป็นหลัก และเป็นรถยนต์ที่บ่งบอกถึงเรื่อง การหาอะไหล่สำหรับทดแทน ก็สามารถที่จะหาได้อย่างมากมาย ในทุกร้านค้าที่ขายอะไหล่หรือที่เชียงกงและยิ่งถ้าจะพูดถึงการหาอะไหล่ไว้สำหรับนำไปเปลี่ยน ดัดแปลง (โมดิฟาย) ให้เป็นรถแต่งก็มีของตกแต่งออกมาขายกันอย่างมากมาย หรือถ้าเบื่อการใช้งานรถยนต์คันเดิมแล้ว และมีความต้องการอยากเปลี่ยนคันใหม่ ก็สามารถขายต่อเป็นรถมือสองได้ อย่างมีกำไรอีกด้วย และที่สำคัญ รถยนต์ยี่ห้อนี้ มีการผลิตรถยนต์เพื่อออกมาจำหน่าย ในประเภทรถที่เป็นรถกระบะรถ SUV (Sport utility vehicle)และก็ข้ามไปเป็นรถบรรทุกเลย โดยที่สำคัญ รถยนต์ของค่ายนี้ จะไม่มีการผลิตรถยนต์ประเภทรถยนต์นั่งส่วนบุคคลหรือรถเก๋งออกมาจำหน่ายเลย ถึงแม้ว่าในอดีตจะเคยมีการร่วมมือกับค่ายรถยนต์ยี่ห้อหนึ่ง และนำ รถเก๋งรุ่นหนึ่งนำมาเปลี่ยนโลโก้เป็นของค่ายตัวเอง และมีการจัดจำหน่าย แต่ถึงกระนั้น ก็ไม่ได้รับความสนใจ เท่าที่ควรจากกลุ่มผู้ใช้งาน ถ้าจะให้เดาก็คงเดาไม่อยากแล้วใช่ไหมครับ กับรถยี่ห้อนี้ ก็คงจะเป็นรถยนต์ยี่ห้อไหนไปไม่ได้ นอกเสียจาก รถขวัญใจสำหรับสายบรรทุก นั้นก็คือรถยี่ห้ออีซูซุ (ISUZU)นั้นเอง และประวัติความเป็นมาของรถยี่ห้อนี้ จะมีอะไรที่น่าสนใจ ไปติดตามข้อมูลพร้อม ๆ กันเลยครับ

 

รูป : โลโก้ อีซูซุ (Logo Isuzu)

 

บริษัท อีซูซุ มอเตอร์ (Isuzu Motors Ltd.)เป็นผู้ผลิตยานพาหนะส่วนบุคคล ยานพาหนะเพื่อการพาณิชย์ และ รถบรรทุกของหนัก มีสำนักงานใหญ่อยู่ในโตเกียว, ประเทศญี่ปุ่นในปี พ.ศ. 2548 อีซูซุ (ISUZU)คือ ผู้ผลิตรถบรรทุกขนาดกลางและขนาดใหญ่ โดยมีฐานการผลิตอยู่ที่เมืองฟูจิซาวะและยังมีที่ จังหวัดโทจิงิและ จังหวัด ฮกไกโดอีกด้วย

 

รูป : แม่น้ำอีซูซุ

 

ชื่อ ISUZU มีความหมายที่ แปลว่า กระดิ่ง 50 ใบ โดยเป็นชื่อของ แม่น้ำอีซูซุอันศักดิ์สิทธิ์ที่ไหลผ่าน วิหารอิเซะตั้งอยู่ที่ เมืองอิเสะ จังหวัดมิเอะอยู่ตอนกลางของเกาะฮนชูประเทศญี่ปุ่นโดยมีอายุมากกว่า 2,000ปี ชาวญี่ปุ่นเชื่อว่าวิหารแห่งนี้เป็นที่สถิตขององค์สุริยเทพซึ่งถือเป็นบรรพบุรุษของราชวงศ์ญี่ปุ่นที่ชื่อ “อามาเตราซุ-โอมิกามิ” ดังนั้นทุก ๆ ปีชาวญี่ปุ่นหลายล้านคนจะมาสักการะองค์เทพเจ้าญี่ปุ่นพร้อมนำน้ำอันบริสุทธิ์จาก แม่น้ำอีซูซุมาปะพรมร่างกายเสริมสิริมงคลกับตนเอง และนี่จึงเป็นที่มาของแบรนด์รถชื่อดังของ ประเทศญี่ปุ่นในอีซูซุ (ISUZU)ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2459 นั้นเอง

 

จากจุดเริ่มต้น สู่ ผู้ผลิตยานพาหนะส่วนบุคคล และยานพาหนะเพื่อการพาณิชย์ยอดนิยม

 

รูป : มร. ฮารุยาซุ ทานิชิเกะ (ประธานบริษัท)

 

ปัจจุบัน บริษัท อีซูซุมอเตอร์ (ประเทศไทย)ดำเนินงานการบริหารโดย มร. ฮารุยาซุ ทานิชิเกะ ซึ่งดำรงค์ตำแหน่งเป็น ประธานบริษัท  ซึ่งบริษัท อีซูซุมอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ IMCTถือได้ว่า ผู้นำด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทยดำเนินธุรกิจผลิตรถปิกอัพรถยนต์นั่งอเนกประสงค์และรถบรรทุกโดยมุ่งมั่นสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์คุณภาพเพื่อตอบสนองทุกความต้องการของผู้ใช้งานทั้งในประเทศและต่างประเทศทั่วโลก

บริษัทฯ ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2509ปัจจุบันมีทุนจดทะเบียน 8,500ล้านบาท อีซูซุ (ISUZU)มีโรงงานประกอบรถยนต์2แห่ง คือ โรงงานสำโรง จังหวัดสมุทรปราการและโรงงานเกตเวย์ จังหวัดฉะเชิงเทราโดยมีกำลังการผลิตรถอีซูซุ (ISUZU)รวมกันสูงถึง 361,000คันต่อปี ด้วยความร่วมมือร่วมใจของพนักงานกว่า 5,600คน ทำให้เราสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนยาวนานมากว่า 50ปี

อีซูซุ (ISUZU)ภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการคิดค้นนวัตกรรมและพัฒนาผลิตภัณฑ์ยานยนต์เพื่อความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้า ควบคู่ไปกับการตอบแทนสังคม ขับเคลื่อนชุมชนให้พัฒนา พร้อมรักษาสิ่งแวดล้อมให้ยั่งยืนต่อไป

 

รูป : 8 ค่านิยมของพนักงานอีซูซุ

 

8ค่านิยมของพนักงานอีซูซุ

จากอดีตมา อีซูซุ (ISUZU)ได้เอาชนะปัญหาต่าง ๆ โดยใช้ “ความสามัคคี” และ “การทำงานเป็นทีม” เป็นอาวุธสำคัญ แต่ปัจจุบันสภาพแวดล้อมทางธุรกิจได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว รวมถึงความไม่แน่นอนต่าง ๆ ที่เพิ่มมากขึ้น ภายใต้สถานการณ์ดังกล่าว อีซูซุ (ISUZU)ต้องการบุคลากรที่สามารถเป็นผู้นำที่เข้มแข็งมากกว่าเดิม สามารถจัดการทุก ๆ ปัญหาได้ และพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลง ค่านิยม 8 ข้อ จึงได้ถูกกำหนดขึ้น เพื่อปรับเปลี่ยน ความคิด (Mindset)และ คุณค่า (Values)บุคลากรของ อีซูซุ (ISUZU)ให้มีความเป็นอันหนึ่งเดียวกันในการทำงานเพื่อขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ความสำเร็จด้วยกัน

ประวัติโดยย่อ อีซูซุ ประเทศไทย

 

รูป : จุดเริ่มต้นของอีซูซุในประเทศไทย (ISUZU)

 

อีซูซุ ผู้ดำเนินธุรกิจจัดจำหน่ายรถอีซูซุ (ISUZU) ชิ้นส่วนอะไหล่อีซูซุ (ISUZU)และซ่อมบำรุงรถยนต์ อีซูซุ (ISUZU)รวมทั้งวางแผนงานธุรกิจในประเทศไทย ผลิตภัณฑ์อีซูซุ (ISUZU)ประกอบด้วย รถหัวลาก รถบรรทุกรถโดยสารรถปิกอัพขับเคลื่อน2ล้อ และ 4ล้อ และรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ขับเคลื่อน 2ล้อและ 4ล้อ โดยมีเครือข่ายการจำหน่าย ศูนย์บริการและอะไหล่เกือบ 300แห่งทั่วประเทศ  ตลอดระยะเวลา 60 ปีที่ผ่านมารถยนต์ อีซูซุ (ISUZU)ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงในประเทศไทยโดยสามารถครองความเป็นผู้นำตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ได้อย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลาอันยาวนาน ด้วยคุณภาพที่ดีเยี่ยม ตรงต่อความต้องการของตลาด รวมทั้งขอบข่ายการจำหน่ายและการบริการที่ดีเลิศครอบคลุมอยู่ทั่วประเทศ อีซูซุ (ISUZU)มุ่งมั่นสร้างสรรค์สิ่งที่ดีที่สุดแก่สังคมไทยอย่างไม่หยุดยั้ง โดยเป็นผู้ริเริ่มคิดค้นและพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์ต่าง ๆ อันเป็นปรากฏการณ์ใหม่ในวงการอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยตลอดมา

สำหรับประเทศไทย อีซูซุ (ISUZU)ได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของสังคมตั้งแต่ปี พ.ศ 2500โดยรถยนต์คันแรกที่นำเข้ามาจำหน่ายเป็นรถบรรทุก โดยบริษัท มิตซูบิชิ (ประเทศไทย) จำกัดหลังจากนั้นในปี พ.ศ. 2506บริษัท มิตซูบิชิ (ประเทศไทย) จำกัดเริ่มต้นการประกอบรถยนต์ อีซูซุ (ISUZU)และในปีพ.ศ.2509ก่อตั้ง บริษัท อีซูซุ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัดเพื่อรับผิดชอบในการประกอบรถยนต์ อีซูซุ (ISUZU)ภายในประเทศ ในปี พ.ศ. 2517ก่อตั้งบริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัดเพื่อดำเนินการธุรกิจด้านการจัดจำหน่ายและศูนย์บริการ และในปี พ.ศ. 2530ก่อตั้ง บริษัท อีซูซุเอ็นยิ่น แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย)จำกัด เพื่อผลิตเครื่องยนต์ให้กับอีซูซุ (ISUZU)ให้กับรถยนต์ อีซูซุ (ISUZU)ในทุกรุ่นที่จำหน่ายในประเทศไทย อีกด้วย

นอกจากรถบรรทุกแล้ว อีซูซุ (ISUZU)ยังมี รถปิกอัพจำหน่ายควบคู่กันและด้วยความโดดเด่นในด้านความแข็งแกร่ง ทนทาน ในยามบรรทุกหนัก แถมใช้ได้ทุกงานไม่ว่าจะงานราษฎร์ งานหลวงได้ด้วยเช่นกัน ที่ผ่านมา  อีซูซุ (ISUZU)ได้ก้าวสู่การเป็นผู้นำตลาดรถปิกอัพในประเทศไทยอย่างเต็มภาคภูมิด้วยการสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ เป็นครั้งแรกของวงการรถยนต์ของ ประเทศไทย และเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองในการดำเนินธุรกิจ อีซูซุ (ISUZU)ในเมืองไทยครบ 60 ปี และนี่เป็นประวัติโดยย่อของรถ ที่เป็นที่สุด อย่างรถปิกอัพยี่ห้อ อีซูซุ (ISUZU) ที่มียอดขายเป็นที่นิยม ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยเริ่มต้นจาก

 

รูป : ประวัติ อีซูซุ ในประเทศไทย โดยย่อ

 

ลำดับเหตุการณ์ประวัติ อีซูซุ ประเทศไทย

ปี พ.ศ. 2500

ก้าวแรกของอีซูซุ มอเตอร์ ในประเทศไทยเกิดจากการนำรถบรรทุกเครื่องยนต์ดีเซลมาจัดจำหน่ายโดยบริษัท มิตซูบิชิ (ประเทศไทย) จำกัด

ปี พ.ศ. 2506

โรงงานประกอบรถบรรทุกแห่งแรกของอีซูซุ (ISUZU)สร้างเสร็จสมบูรณ์และเริ่มประกอบรถบรรทุก
ปี พ.ศ. 2509

บริษัท อีซูซุ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัดก่อตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการ

ปี พ.ศ. 2517

เริ่มผลิตรถปิกอัพรุ่นFasterในประเทศไทย

ปี พ.ศ. 2523

อีซูซุ (ISUZU)ผลิตรถครบ 100,000 คัน

ปี พ.ศ. 2528

เปิดตัวรถปิกอัพรุ่น Spacecabในประเทศไทยเป็นครั้งแรก

ปี พ.ศ. 2531

เริ่มประกอบรถปิกอัพรุ่น Faster Z New 2500Di

ปี พ.ศ. 2535

ขยายโรงงานประกอบขั้นสุดท้ายและโรงงานชุบและพ่นสี

ปี พ.ศ. 2538

อีซูซุ (ISUZU)ผลิตรถปิกอัพครบ 500,000 คัน

ปี พ.ศ. 2540

เริ่มผลิตรถปิกอัพรุ่น Dragon Eyes

อีซูซุผลิตรถครบ 1,000,000คัน พร้อมทั้งจัดพิธีเปิดโรงงานอีกแห่งที่นิคมอุตสาหกรรมเกตเวย์ซิตี้

   จังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อขยายฐานการผลิต

ปี พ.ศ. 2542

เริ่มส่งออกรถปิกอัพไปจำหน่ายที่ประเทศออสเตรเลีย

ปี พ.ศ. 2545

เริ่มผลิตรถปิกอัพ Isuzu D-MAX พร้อมทั้งฉลองยอดการผลิตรถปิกอัพครบ 1,000,000 คัน

ปี พ.ศ. 2547

เริ่มผลิตรถปิกอัพเครื่องยนต์ดีเซล คอมมอนเรล

ปี พ.ศ. 2550

อีซูซุผลิตรถครบ 2,000,000คัน

ปี พ.ศ. 2551

เริ่มผลิตรถบรรทุกรุ่นใหม่รุ่นSuper Truck

ปี พ.ศ. 2554

เริ่มการผลิตรถปิกอัพ All-New Isuzu D-MAX

ปี พ.ศ. 2555

โรงงานอีซูซุเกตเวย์เริ่มผลิตรถปิกอัพAll-New Isuzu D-MAX พร้อมทั้งจัดพิธีเปิดโรงงานอย่างเป็นทางการ และฉลองการผลิตรถอีซูซุครบ 3,000,000 คัน

ปี พ.ศ. 2556

เริ่มผลิตรถยนต์นั่งอเนกประสงค์Isuzu MU-X

ในปีนี้เองยังเป็นปีฉลองครบรอบ50 ปี การผลิตรถอีซูซุในประเทศไทย

ปี พ.ศ. 2558

เปิดตัวเครื่องยนต์รุ่นใหม่ 1.9 Ddi Blue Power

ปี พ.ศ. 2559

อีซูซุมอเตอร์ประเทศไทย ฉลองครบรอบ 50 ปี แห่งการก่อตั้งบริษัท และมียอดการผลิตรถอีซูซุครบ 4,000,000 คัน

ปี พ.ศ. 2560

เปิดตัวรถบรรทุกรุ่น Isuzu King of Trucks

ปี พ.ศ. 2562

เริ่มการผลิตรถปิกอัพ All-New Isuzu D-MAX

 

วิวัฒนาการด้านเครื่องยนต์ อีซูซุ ดีแมกซ์ (ISUZU D-MAX) ตั้งแต่อดีต จนถึงปัจจุบัน

 

รูป : อีซูซุ ดีแมกซ์ (ISUZU D-MAX) พ.ศ. 2545 – 2554

 

รุ่นที่ 1 (พ.ศ. 2545 – 2554)

เปิดตัวอย่างเป็นทางการด้วยรุ่นตอนเดียว(SPARK EX) รุ่นแค็บ(SPACECAB) และรุ่นแค็บขับเคลื่อนสี่ล้อ (RODEO LS) พร้อมเครื่องยนต์2 ประเภท ได้แก่

  1. เครื่องยนต์ 4JA1-T 2500cc 79 แรงม้า แรงบิด 176 นิวตัน-เมตร เกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ มีในรุ่นตัวเตี้ยทุกรุ่น
  2. เครื่องยนต์ 4JH1-t 3000cc มากับพละกำลัง 120 แรงม้า แรงบิด 245 นิวตัน-เมตร เกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด

 

รูป : อีซูซุ ดีแมกซ์ (ISUZU D-MAX) พ.ศ. 2554 – 2562

 

รุ่นที่ 2 (พ.ศ. 2554 – 2562)

อีซูซุ ดีแมกซ์ รุ่นที่ 2 เปิดตัวเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2554 ภายใต้รหัส Model RT50 โดยได้เปิดตัวในประเทศไทยเป็นที่แรกของโลก รุ่นนี้ถูกออกแบบให้มีรูปทรงโค้งมนล้ำอนาคตพร้อมด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ Isuzu Insight

ISUZU D-MAX จัดจำหน่ายใน Modelรหัส RT50 ซึ่งเปิดตัวเมื่อปี 2554 ในชื่อ all new ISUZU D-MAX ซึ่งมีทั้งหมด 5 รุ่นย่อย 5 เกรด 2 เครื่องยนต์ ดังนี้

เครื่องยนต์ ISUZU D-MAX ในรหัส RT50 มีเครื่องยนต์ 3 รุ่น คือ

  1. เครื่องยนต์ 4JK1-TCX ขนาด 2,499 ซีซี (2.5) พร้อมเทอร์โบแปรผัน VGSและอินเตอร์คูลเลอร์ มีพละกำลังสูงสุด 136 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุดที่ 320 นิวตัน-เมตร ที่ 1,800 – 2,800 รอบ/นาที รองรับมาตราฐานไอเสีย EURO 6 มาพร้อมเกียร์ธรรมดา 5 สปีด (วางจำหน่ายในรุ่นปี 2554 – 2558)
  2. เครื่องยนต์ RZ4E-TC ขนาด 1,898 ซีซี (1.9) พร้อมเทอร์โบแปรผัน VGSและอินเตอร์คูลเลอร์ มีพละกำลังสูงสุด 150 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุดที่ 350 นิวตัน-เมตร ที่ 1,800 – 2,600 รอบ/นาที รองรับมาตราฐานไอเสีย EURO 6 มาพร้อมเกียร์ธรรมดา 6 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด (วางจำหน่ายในรุ่นปี 2559 เป็นต้นไป แทนทีเครื่องยนต์ 2.5 ลิตร)
  3. เครื่องยนต์ 4JJ1-TCX ขนาด 2,999 ซีซี (3.0) พร้อมเทอร์โบแปรผัน VGS และอินเตอร์คูลเลอร์ มีพละกำลังสูงสุด 177 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุดที่ 380 นิวตัน-เมตร ที่ 1,800 – 2,800 รอบ/นาที รองรับมาตราฐานไอเสีย EURO 4 มาพร้อมเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด

 

รูป : อีซูซุ ดีแมกซ์ (ISUZU D-MAX) พ.ศ. 2562

 

การจัดจำหน่ายในรุ่นที่ 3

ISUZU D-MAX รุ่นที่ 3 ได้ทำการเปิดตัวในประเทศไทยอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2562 พร้อมคำขวัญว่า พลานุภาพพลิกโลก ซึ่งมีทั้งหมด 5 รุ่นย่อย 5 เกรด 2 เครื่องยนต์ ดังนี้

เครื่องยนต์ ISUZU D-MAX ในรุ่นที่ 3 มีเครื่องยนต์ 2 รุ่น คือ

  1. เครื่องยนต์ RZ4E-TC ขนาด 1,898 ซีซี (1.9) พร้อมเทอร์โบแปรผัน VGSและอินเตอร์คูลเลอร์ มีพละกำลังสูงสุด 150 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุดที่ 350 นิวตัน-เมตร ที่ 1,800 – 2,600 รอบ/นาที รองรับมาตราฐานไอเสีย EURO 6 มาพร้อมเกียร์ธรรมดา 6 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด
  2. เครื่องยนต์ 4JJ3-TCX ขนาด 2,999 ซีซี (3.0) พร้อมเทอร์โบแปรผันแบบไฟฟ้า Electronic VGS และอินเตอร์คูลเลอร์ มีพละกำลังสูงสุด 190 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุดที่ 450 นิวตัน-เมตร ที่ 1,600 – 2,600 รอบ/นาที มาพร้อมเกียร์ธรรมดา 6 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด

 

ซึ่งปัจจุบัน ในปี พ.ศ. 2562 นี้ ยังคงเหลือรุ่นรถยนต์ที่ยังจำหน่ายอยู่ในรุ่นหลัก ๆ เพียงไม่กี่รุ่น ซึ่งมีรายละเอียดของรุ่นรถที่ยังคงผลิต และจำหน่าย กับรถรถที่ยกเลิกการผลิต และยกเลิกจัดจำหน่ายในตลาดประเทศไปแล้ว ตามรายละเอียดในหัวข้อถัดไป

 

รูป : รุ่นรถที่มีการจัดจำหน่ายในปัจจุบัน

 

รุ่นที่ผลิตอยู่ในปัจจุบันในประเทศไทยได้แก่

  1. รถกระบะเพื่อการพาณิชย์ขนาด 1 ตันอีซูซุ ดีแมคซ์ (Isuzu D-Max)
  2. รถเอนกประสงค์ SUV อีซูซุ มิว-เซเว่น(Isuzu MU-7)
  3. (รุ่นเสริม)อีซูซุ มิว-เซเว่น ช้อยส์ (Isuzu MU-7 Choiz)

รุ่นที่เลิกผลิตไปแล้วในประเทศไทยได้แก่

  1. รถกระบะเพื่อการพาณิชย์ขนาด 1 ตันอีซูซุ ดราก้อน เพาเวอร์ (Isuzu Dragon Power)
  2. รถกระบะเพื่อการพาณิชย์ขนาด 1 ตันอีซูซุ ดราก้อน อายส์ (Isuzu Dragon Eyes)
  3. รถกระบะเพื่อการพาณิชย์ขนาด 1 ตันอีซูซุ ดราก้อน โกลด์ (Isuzu Dragon Gold) หรือ อีซูซุ มังกรทอง
  4. รถกระบะเพื่อการพาณิชย์ขนาด 1 ตันอีซูซุ ฟาสเตอร์ แซด (Isuzu Faster Z)
  5. รถเอนกประสงค์ SUV อีซูซุ คาเมโอ(Isuzu Cameo)
  6. รถเอนกประสงค์ SUV อีซูซุ ทรูเปอร์(Isuzu Trooper)
  7. รถเอนกประสงค์ SUV อีซูซุ เวก้า(Isuzu Vega)
  8. รถยนต์นั่ง 4 ประตูขนาดเล็กอีซูซุ เวอร์เท็กซ์ (Isuzu Vertex)
  9. รถยนต์นั่ง 4 ประตูขนาดกลางอีซูซุ อาสก้า (isuzu aska)

 

และหากใครต้องการทราบรายละเอียดความคืบหน้าของ รถยนต์ ยี่ห้อนี้ ว่าจะมีรายละเอียดของรถ ในรุ่นย่อย มีรุ่นไหนบ้าง หรือต้องการทราบถึงผลิตภัณฑ์ ที่เกี่ยวข้องกับตัวรถว่าควรใช้อะไรบ้าง ก็สามารถหาติดตามข้อมูลได้จากภายในเว็บไซต์ ที่จะได้มีการรวบรวมและนำเสนอไว้ในภายในหัวข้อถัดไปได้เลยครับ

 

ขอขอบคุณ

https://en.wikipedia.org/wiki/Isuzu_Motors

https://th.wikipedia.org/wiki/อีซูซุ

https://www.isuzu.co.th/isuzu_thailand

https://www.autodeft.com/deftscoop/isuzu-pickups-history-60-years-thailand

https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%B5%E0%B8%8B%E0%B8%B9%E0%B8%8B%E0%B8%B8_%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B8%84%E0%B8%8B%E0%B9%8C

https://www.isuzu-tis.com/about-history/

http://isuzuinthai.blogspot.com/2013/01/isuzuhistory.html